ทัพสี่เหล่าในที่นี้หมายถึง เหล่าม้า เหล่าช้าง เหล่าพลเดินเท้าและเหล่ารถหรือเกวียน

ซึ่งลักษณะการเกิดทัพในการทำศึกสงครามทุกครั้งจะต้องมีสาเหตุที่จะบังเกิดซึ่งมีหลายประการคือ
๑.แย่งชิงดินแดน
๒.แย่งสมบัติ
๓.มีผู้ยุยงให้รบ
๔.เหตุจากสตรี ซึ่งในการยกทัพของอิเหนาครั้งนี้เกิดจากสตรีนั่นก็คือนางบุษบา
๕.เสียสัจจะ
๖.ราชทูตขาดเจรจาทางไมตรี
๗.ราษฎรและบ้านเมืองได้รับความทุกข์ยากลำบาก
ในตำราพิชัยสงครามได้กล่าวเกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์ว่าวิชาโหราศาสตร์นี้มีอิทธิพลอย่างมากในการทำศึกสงครามดังนั้นจึงต้องมีโหราจารย์ประจำกองทัพซึ่งเปรียบเสมือนดวงตาของกองทัพโดยกำหนดว่าผู้ที่จะทำหน้าที่ต้องมีดวงชะตาให้คุณแก่พระมหากษัตริย์นอกจากนั้นการคัดเลือกทหารเข้าประจำในกองทัพต้องนำชื่อของคนเหล่านั้นมาคำนวณทางมหาทักษาพยากรณ์ซึ่งเป็นวิชาโหราศาสตร์แขนงหนึ่งเพื่อหาตัวเลขมาใช้แทนชื่อเรียก
อีกประการหนึ่งชื่อของแม่ทัพหรือผู้ที่ทำหน้าที่คุมกองทัพต้องมีชื่อที่ข่มฝ่ายข้าศึกด้วยเช่นถ้าชื่อของนายทัพหรือขุนพลของกองทัพฝ่ายข้าศึกเป็นนาคนามให้ใช้ขุนพลที่มีชื่อครุฑนามออกสู้เพราะเชื่อว่าจะได้รับชัยชนะ
- ฤกษ์ในการเคลื่อนทัพเมื่อจะเคลื่อนทัพไปที่ใดก็ต้องกำหนดเวลาที่เชื่อว่าดีที่สุดเพื่อให้เป็นชัยมงคลแก่กองทัพหรือที่เรียกว่า''ฤกษ์พิชัยสงคราม''ซึ่งโหราจารย์ประจำกองทัพจะเป็นผู้หาฤกษ์ให้ โดยเชื่อกันว่าฤกษ์ในการเคลื่อนทัพจะมีอิทธิพลที่จะช่วยส่งเสริมให้มีชัยชนะหรือปราชัยแก่ข้าศึกและยังมีพระราชพิธีตัดไม้ข่มนามประกอบฤกษ์ด้วย
- การจัดกองทัพในตำราพิชัยสงครามกล่าวไว้ว่ากระบวนพยุหยาตราทัพต้องประกอบด้วย ริ้วขบวน ขนาบ ขนาน ของเหล่าทหารตามลำดับ และเหล่าทหารก็ต้องเพรียบพร้อมด้วยวินัยอันดียิ่ง ยุทธานุภาพอันเกรียงไกร
ในการจัดกองทัพต้องมีกำลังศึก8ประการได้แก่
๑.หัวศึกคือแม่ทัพ
๒.มือศึกคือหัวกองป่า
๓.ตีนศึกคือช้างและม้า
๔.ตาศึกคือโหราจารย์
๕.หูศึกคือกองสอดแนม
๖.ปากศึกคือทูต
๗.เขี้ยวศึกคือทหาร
๘.กำลังศึกคือไพร่พล
- การดำเนินการศึกผู้เป็นแม่ทัพต้องรอบรู้กลศึกหรือวิธีเคลื่อนทัพเพื่อลวงข้าศึกในรูปแบบต่างๆได้เป็นอย่างดีเพราะกลศึกต่างๆจะสามารถทำให้กองทัพมีชัยชนะได้
- ระหว่างเคลื่อนทัพชัยภูมิที่ตั้งกองทัพต้องพิจารณาให้รอบคอบ ตัวอย่างเช่นถ้าภูมิประเทศเป็นแม่น้ำ ห้วย หนอง การตั้งกองทัพต้องให้ช้างอยู่ข้างในไว้ม้าและพลเดินเท้าชั้นนอก แล้วขุดคูทำเป็นกำแพงรอบให้มีหอรบบนกำแพงเป็นต้น
- ยุทธวิธีและกลยุทธิ์ในการศึกตามหลักวิชากลยุทธิ์กล่าวไว้คือให้ดำเนินดุจหงส์บิน คือให้กองทัพหลวงและพลช้างเดินทัพไปก่อนแล้วให้จตุรงค์พลทั้งสี่แยกออกเป็นสองส่วน ยกไปเป็นปีกซ้ายและขวาจากนั้นให้กองทัพหลวงเฉวียนฉวัดเป็นสองส่วนเป็นต้น
ยุทธิวิธีการดำเนินการศึกอีกประการนึงคือการจัดกระบวนการทัพเพื่อการตั้งรับและเข้าตีเป็นการตั้งรับรูปสิงห์ในอิริยาบถก้าวเดิน ใช้สำหรับการตั้งทัพในพื้นที่อันมีชัยภูมิประกอบด้วยป่าเขาดงใหญ่ โดยกำหนดให้ทัพหน้าอยูที่คอสิงห์ทัพหลวงอยู่ที่ท้องสิงห์ทัพหลังอยู่ที่หางสิงห์และมีกองแซงล้อมรอบอยู่๔ทิศ
**ลักษณะของช้างและม้าที่ดีในการจัดทัพจตุรงค์๔เหล่า **
-ช้างคือจะใช้ช้างเผือกเพราะมีลักษณะแตกต่างจากช้างทั่วๆไปคือมีผิว นัยน์ตาและเล็บเป็นสีขาวจึงเป็นที่เชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์ที่เป็นมงคลแก่ผู้เป็นเจ้า
นอกจากนี้ช้างเผือกยังมีสามชนิดคือ
๑.ช้างสำคัญคือมีคชลักษณะ๗ประการคือ ตาขาว เพดานขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาว ขนหางขาวและอัณฑโกศขาว
๒.ช้างสีประหลาดคือช้างที่มีลักษณะอย่างใดอย่างนึงในคชลักษณะ๗ประการ
๓.ช้างเนียมคือช้างที่มีลักษณะ๓ประการคือ พื้นหนังดำ งามีลักษณะเป็นรูปปลีกกล้วย เล็บดำเป็นต้น
-ม้าจะต้องมีผิวดำเงา หูตั้งตรง กล้ามเนื้อแข็งแรงครบครัน ขนเงางาม จมูกชุ่มชื้น
- ความสำคัญในการจัดตั้งทัพที่ดีการจัดตั้งทัพมีความสำคัญมากเพราะถ้ามีทัพที่ดีก็จะนำชัยชนะมาให้แก่บ้านเมืองดังที่พระเข้าหงสาวดีเคยกล่าวให้โอวาทพระมหาอุปราชาก่อนจะเสด็จทำศึกแก่กรุงศรีอยุธยาว่า
--กลอนเกี่ยวกับการรบ--
รู้พยุหไซร้ สบสถาน หนึ่ง
การ กาจแก้ว เจนจิตวิทยา
ชาญ ชุมค่าย ควรนา รู้เชิงพิชัย
รณแผ้ว แผกแพ้พังหนี อาจจักรอน
อ้างอิง:
-genocide.ปี๒๕๕๒.จตุรงค์ทัพสี่เหล่า(ออนไลน์).แหล่งที่มา: http://genocide.exteen.com/20060207/entry (๒๑ก.ค.๕๒)
-จากหนังสือคู่มือลิลิตตะเลงพ่ายหน้า๙๘-๙๙ของนริศร์ เลี่ยมทอง. ปี๒๕๕๒.จตุรงค์ทัพสี่เหล่า(ออนไลน์).แหล่งที่มา: http://www.mwk.ac.th/wimolrat/การตั้งทัพตามตำราพิชัยสงคราม/htm (๒๑ก.ค.๕๒)